โครงสร้างเนื้อหา
ทฤษฎีการเลื่อนไหลของทวีปของอัลเฟรด เวเนเจอร์
แผ่นเปลือกโลกและการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก
การเกิดแผ่นดินไหว
การเกิดภูเขาไฟ
การเกิดภูเขา
การกร่อน
- การกร่อนจากกระแสน้ำ การกร่อนจากปฏิกิริยาเคมี การกร่อนจากอุณหภูมิ การกร่อนจากแรงโน้มถ่วง
การกร่อนจากกระแสลม
ความคิดรวบยอดของเนื้อหา
ทฤษฎีการเลื่อนไหลของทวีป
ข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าชี้บ่งว่ามีแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ 6 แผ่นและแผ่นเปลือกโลกขนาดเล็ก ๆ อีกหลายแผ่น ซึ่งไม่อยู่นิ่ง แต่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาอย่างช้า ๆการไหลวนของหินหนืดในชั้นแมนเทิล เพราะได้รับความร้อนจากแก่นโลก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เปลือกโลกเคลื่อนที่ได้ การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกอาจมีผลทำให้บางทวีปเคลื่อนห่างจากกันมากขึ้น และในบางกรณีแผ่นเปลือกโลกอาจเข้าไปชนกันเกิดเป็นภูเขาสูง หรือบางกรณีแผ่นเปลือกโลกอาจมุดตัวเข้าไปสู่ใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่งการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะที่บริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกหินหนืดที่ถูกแรงดันอัดให้แทรกรอยแตกขึ้นสู่ผิวโลก โดยมีแรงปะทุหรือแรงระเบิดเกิดขึ้น เรียกว่าภูเขาไฟ ซึ่งมักเกิดขึ้นที่บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก ภูเขาเกิดขึ้นได้หลายกระบวนการซึ่งใช้เวลานานมาก เช่น อาจเกิดจาการชนกันของแผ่นเปลือกโลก หรือ การยกตัวขึ้นของพื้นทวีปการกร่อนอาจมีสาเหตุมาจากกระแสน้ำ กระแสลม ปฏิกิริยาเคมีตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งทำให้เกิดผลต่าง ๆ ทั้งการทับถมของตะกอน การเกิดหินงอก หินย้อย
เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2163 อัลเฟรด เวเนเจอร์ (Alfred Wegener) ได้เสนอ ทฤษฎีการเลื่อนไหลของทวีป (Continental Drift Theory) มีใจความว่า เมื่อประมาณ 220 ล้านปีมาแล้วโลกของเรามีพื้นทวีปใหญ่เพียงทวีปเดียวเท่านั้น เรียกว่า “แพงกีอา” (Pangaea) ซึ่งแปลว่า “All Land” หรือแผ่นดินทั้งหมด” แต่เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ ก็เริ่มขยับเคลื่อนที่แยกออกจากกัน จนปรากฎเป็นทวีปต่าง ๆ ในปัจจุบันอัลเฟรด เวเนเจอร์ ได้อ้างหลักฐานที่เป็นข้อมูลสนับสนุนทฤษฎีของเขาไว้ดังนี้
ข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าชี้บ่งว่ามีแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ 6 แผ่นและแผ่นเปลือกโลกขนาดเล็ก ๆ อีกหลายแผ่น ซึ่งไม่อยู่นิ่ง แต่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาอย่างช้า ๆการไหลวนของหินหนืดในชั้นแมนเทิล เพราะได้รับความร้อนจากแก่นโลกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เปลือกโลกเคลื่อนที่ได้ การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกอาจมีผลทำให้บางทวีปเคลื่อนห่างจากกันมากขึ้น และในบางกรณีแผ่นเปลือกโลกอาจเข้าไปชนกันเกิดเป็นภูเขาสูง หรือบางกรณีแผ่นเปลือกโลกอาจมุดตัวเข้าไปสู่ใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่งการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะที่บริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกหินหนืดที่ถูกแรงดันอัดให้แทรกรอยแตกขึ้นสู่ผิวโลก โดยมีแรงปะทุหรือแรงระเบิดเกิดขึ้น เรียกว่าภูเขาไฟ ซึ่งมักเกิดขึ้นที่บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก
ภูเขาเกิดขึ้นได้หลายกระบวนการซึ่งใช้เวลานานมาก เช่น อาจเกิดจาการชนกันของแผ่นเปลือกโลก หรือ การยกตัวขึ้นของพื้นทวีปการกร่อนอาจมีสาเหตุมาจากกระแสน้ำ กระแสลม ปฏิกิริยาเคมีตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งทำให้เกิดผลต่าง ๆ ทั้งการทับถมของตะกอน การเกิดหินงอก หินย้อย
แผ่นดินไหว หมายถึง แผ่นเปลือกโลกเกิดการกระทบกระแทก หรือเคลื่อนที่ไปตามแนวระดับไปยังบริเวณรอบ ๆ ในรูปของคลื่น ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การที่เปลือกโลกมีการขยายตัวและหดตัวไม่สม่ำเสมอ เพราะเปลือกโลกส่วนล่างขยายตัวมากกว่าผิวโลกด้านบน เนื่องจากเปลือกโลกส่วนล่างได้รับความร้อนจากหินหนืดในชั้นแมนเทิล นอกจากนี้บริเวณเปลือกโลกยังมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา เมื่อเปลือกโลกมีการขยายตัวและหดตัวไม่สม่ำเสมอ ย่อมส่งผลกระทบต่อรอยแตกในชั้นหินและรอยต่อระหว่างเปลือกโลกบริเวณใดบ้างที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวมากกว่าบริเวณอื่น ๆ ? แผ่นเปลือกโลกมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกจึงมีโอกาสที่จะเกิดการกระทบกระแทกได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น
การสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหววัดได้อย่างไร ? การวัดการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวมีมาตราวัดอยู่ 2 แบบ คือ มาตราริคเตอร์ และ มาตราเมอแคลลี่ สำหรับประเทศไทยใช้มาตราริคเตอร์
ผลกระทบจากแผ่นดินไหวมีอะไรบ้าง ?
1.เมื่อเกิดแผ่นดินไหวทำให้สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้รับความเสียหายซึ่งมนุษย์และสิ่งมีชีวิต อาจได้รับความเสียหายตามไปด้วย
2.ถนนหนทางอาจได้รับความเสียหาย3.อาจมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเกิดแผ่นดินไหวได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น